เคยถามเพื่อนคนหนึ่งว่า “เธอเขียนบล็อคไหม ?”
ด้วยว่าวิถีความเป็นอยู่ของคนใน Generation นี้ค่อนข้างจะข้องเกี่ยวอยู่กับโลกไซเบอร์ เป็นส่วนใหญ่ เผลอ ๆ ติดต่อกันผ่านระบบอินเตอร์เนตสะดวกและง่ายดายกว่าการโทรศัพท์คุยกันเสียอีก และบล็อคก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวของเราให้เพื่อนรู้ หรือจะได้รับรู้เรื่องราวของเพื่อนในแง่มุมอื่น ๆ ที่บางครั้งก็ยิบย่อยเกินไปจนไม่ได้เล่าสู่กันฟัง
เพื่อนตอบทันควันว่า “ไม่ได้เขียน”
แล้วเธอเล่น Hi5 ไหม?”
“เล่น”
“Hi5 นั่นล่ะ บล็อคอย่างหนึ่ง”
“บล็อค” เป็นพื้นที่สาธารณะบนอินเทอร์เน็ต เสมือนเว็บไซต์ส่วนบุคคล (Personal Website) ที่ใช้บันทึกหรือบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ อาจจะเป็นบันทึกประจำวัน, เป็นการถ่ายทอดความรู้, แสดงทัศนคติ, ถกเถียง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบระหว่างกัน เราจึงเห็นบล็อคที่นำเสนอสิ่งต่าง ๆ อย่างหลากหลาย บางบล็อคพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหลัก ขณะที่บางบล็อคก็มีเรื่องโน้นเรื่องนี้ปะปนกันไปตามใจคนเขียน
“บล็อค (Blog)” มาจากคำเต็มว่า Web log นำมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ปี 1997 โดย Jorn Bargen ต่อมาอีก 2 ปี Peter Merholz ผู้ซึ่งชื่นชอบการย่อคำต่าง ๆ ให้สั้นลง ได้ยอคำจาก “Web log” ให้เหลือเพียงแค่ “Blog” (ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต)
“บล็อค” เริ่มแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว หรือราว ๆ พ.ศ. 2547 ในช่วงเวลานั้นยังไม่มี “บล็อคสัญชาติไทย” เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง มีแต่ไดอารี่ออนไลน์เสียมากกว่า คนไทยผู้ที่ใช้บล็อคในช่วงแรก ๆ จึงนิยม “ฟรีบล็อค” หรือบล็อคที่ให้บริการแบบไม่คิดเงินของเมืองนอก อย่าง Blogger.com แต่ต่อมาไดอารี่ออนไลน์ไทยหลาย ๆ เจ้า ก็มีการพัฒนาและผันตัวเองมาเป็น “บล็อค” ในที่สุด
ถ้าจะให้คำจำกัดความกันแบบไทย ๆ “บล็อค” ก็คงไม่ต่างไปจาก “สภากาแฟ” ในแง่ที่เป็นพื้นที่สาธารณะ ที่เปิดโอกาสกว้างให้ใคร พูดเรื่องอะไรก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะพูดได้อย่างเสรีทุกเรื่องเสมอไป “บล็อค” ก็มี “เจ้าถิ่น” ที่เรียกว่า “เว็บมาสเตอร์” ไว้ดูแลความสงบเรียบร้อยนะคะ แต่ถ้าเรื่องที่คุณหยิบยกมาพูดเป็นที่ถูกอกถูกใจ หรืออยู่ในความสนใจของผู้ใช้คนอื่น ๆ แล้วละก็ จะมีเสียงตอบรับทันทีที่โพสต์เรื่องเลยทีเดียว จากนั้นก็จะได้สนุกกับการอ่านความคิดเห็นของคนอื่นเป็นตัวหนังสือ เกิดการปฏิสัมพันธ์กันผ่านระบบอินเทอร์เนต เกิดเป็นชุมชนออนไลน์ขึ้น
ในชุมชนออนไลน์หนึ่ง ๆ ก็จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเป็นคน ๆ ไป เช่น บางคนเป็นหมอก็สามารถให้คำแนะนำในเรื่องของสุขภาพได้, บางคนเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ก็จะมีเพื่อน ๆ มาปรึกษาเรื่องไวรัสบ่อย ๆ, บางคนถ่ายรูปสวยก็มาบอกเล่าเทคนิคการถ่ายรูปให้คนอื่น ๆ ได้รู้ด้วย นับได้ว่า บล็อคเป็น Social Networking ขนานแท้
และถ้าเทียบกับเครื่องมือสื่อสารที่เราคุ้นเคยกันดี บล็อคก็คงไม่ต่างไปจากหนังสือเล่มหนา ๆ เล่มหนึ่ง ที่คนหลายคนช่วยกันเขียนขึ้น ต่างกันหน่อยตรงที่เราเรียกคอลัมนิสต์ของบล็อคว่า “บล็อคเกอร์ (Blogger)” และใช้คำกริยาว่า “อัพบล็อค (Update Blog)” แทนคำว่า “เขียน”
บล็อคเกอร์บางคนอาจจะมีบล็อคหลาย ๆ ที่ เพราะสังคมออนไลน์ในแต่ละบล็อคนั้นจะแตกต่างกันออกไป เช่น บล็อคโอเคเนชั่น (www.oknation.net) ค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ที่สนใจเหตุบ้านการเมือง เมื่อเปรียบเทียบกับบล็อค Exteen (www.exteen.com) ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน… เรามาแบ่งเป็นข้อ ๆ กันเลยดีกว่า
บล็อคโอเคเนชั่น

1. เชื่อมโยงคำว่า Blog กับ Citizen Journalist (นักข่าวภาคพลเมือง) ตามแนวคิดที่ว่าใคร ๆ ก็เป็นนักข่าวได้ เพียงรายงานเหตุการณ์รอบ ๆ ตัวของคุณผ่านบล็อค
2. เนื้อหาที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้มักจะเกี่ยวกับการเมือง, ข่าว, สถานการณ์ปัจจุบัน, ประเด็นที่น่าจับตามองของชุมชน หรือท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นต้น
3. Theme หน้าหลักของเว็บใช้สีส้ม ซึ่งบวกกับการจัดวางเนื้อหาแล้ว ทำให้ดูจริงจัง เคร่งขรึม เป็นผู้ใหญ่
4. แบ่งหมวดหมู่ของ Entry ตามที่บล็อคกำหนดให้แล้ว เช่น วรรณกรรม, การเมือง, ไดอารี่, กีฬา เป็นต้น
5. แสดงจำนวนผู้เข้าอ่านในแต่ละ Entry
6. Entry ที่จะได้ขึ้นหน้าแรกของเว็บ คัดเลือกโดยเว็บมาสเตอร์
บล็อค Exteen
1. เชื่อมโยง Blog กับคำว่า Community (การติดต่อสื่อสาร) เน้นการสนทนาโต้ตอบ พบปะพูดคุย กันแบบสบาย ๆ มากกว่า
2. การ์ตูน, ภาพถ่าย, เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ, งานประดิษฐ์, บล็อคของนักเขียน จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
3. Theme บล็อคสีฟ้า – ขาว ดูสดใส สบายตา สื่อถึงความเป็นวัยรุ่นได้ดี
4. บล็อคเกอร์สามารถให้คำจำกัดความของแต่ละ Entry ได้ด้วยการระบุคำลงใน Tags
5. แสดงจำนวนผู้เข้าชมบล็อคในแต่ละวัน เป็นรายเดือน
6. บล็อคเกอร์ด้วยกันเองเป็นผู้คัดเลือก Entry ที่จะได้ขึ้นหน้าแรกของเว็บผ่านการให้แต้ม Hot เป็นรูปดาวแดง
…
…
…
ลางเนื้อชอบลางยา กันไป
ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน !!
